บทบาทอัยการสูงสุด

ตำแหน่งอัยการสูงสุดมีหน้าที่เป็นทนายของแผ่นดิน หรือนักกฎหมายให้แก่รัฐ เป็นผู้ที่รับหน้าที่ดำเนินคดีอาญาในนามของรัฐ และสามารถมอบอำนาจหน้าที่ให้แก่พนักงานอัยการผู้ใต้บังคับบัญชาได้ โดยการใช้อำนาจกิ่งตุลาการ ดังนั้นสำนักอัยการสูงสุดจึงมีฐานะเป็นองค์กรอิสระตามรัฐตามรัฐธรรมนูญรับพิจารณาสั่งคดีขึ้นสู่ศาลและว่าความ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนและรัฐตามหลักนิติรัฐ

Read More

อัยการสูงสุดกับกฎหมาย

อัยการสูงสุดไทย

ในไทยคือตำแหน่ง “อธิบดีกรมอัยการ” (เดิม) เมื่อครั้งสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นหน่วยงานระดับกรม สังกัดกระทรวงมหาดไทย คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติแยกกรมอัยการออกจากกระทรวงมหาดไทย

กระทรวงมหาดไทย

เป็นหน่วยงานราชการอิสระไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวงใด แต่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ของนายกรัฐมนตรีโดยตรงเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ยิ่งขึ้น

พระราชบัญญัติระเบียบ

ระบุให้ตำแหน่งอัยการสูงสุดเป็น “ประธาน” คณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) โดยตำแหน่ง ส่วนประธาน ก.อ. ตามประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 49 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 และข้อ 5

เส้นทางศึกษาของอัยการ

การที่องค์กรภาครัฐและเอกชนทั้งหลายตื่นตัวกับระบบการจัดการความรู้ (Knowledge Management System) เข้ามาใช้พัฒนาองค์กรและบุคลากร เนื่องจากการจัดการความรู้เป็นระบบบริหาร ที่สาคัญในการจัดการบุคลากรและสารสนเทศและยังเป็นองค์ประกอบสำคัญ ส่วนหนึ่งของระบบคุณภาพ แต่การจะทาให้ระบบการจัดการความรู้ขององค์กรประสบความสำเร็จผู้บริหารจะ เป็นต้องมีความรู้และความ เข้าใจถึงทฤษฎีของการจัดการความรู้จึงจะสามารถบริหารจัดการความรู้ขององค์กรไปสู่เป้าประสงค์ที่ ต้องการได้ การบริหารจัดการความรู้ขององค์กรอัยการ จึงนำทฤษฎีด้านการจัดการความรู้ต่างๆ มาเป็นเครื่องมือสาคัญในการสร้างระบบการจัดการความรู้อัยการ ทฤษฎีการจัดการความรู้ ทฤษฎีการจัดการความรู้ที่กล่าวในบทความนี้ผู้เขียนสรุปความมาจากหนังสือ “ทฤษฎีการจัดการความรู้” ของ ดร.ณพศิษฎ์ จักรพิทักษ์ คณบดี วิทยาลัยศิลปะ สื่อและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หนังสือทฤษฎีการจัดการความรู้นั้นเป็นหนังสือประกอบการสอนวิชาศท.คร 801 การจัดการ ความรู้เชิงธุรกิจ (ATKM 801 Knowledge Management in business) ในหลักสูตรวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขา การจัดการความรู้ (Ph. D in Knowledge Management) ของวิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลยัเชียงใหม่โดยโครงสร้างเนื้อหาของหนังสือนามาจากหนังสือ Harvard business review on knowledge managementและ knowledge management Classic and contemporary Works, MIT press ซึ่งหนังสือทั้งสองเล่มดังกล่าวได้คัดเลือกรวบรวมและจัดลำดับทฤษฎีสาคัญของการจัดการความรู้ไว้

ปลูกฝังคุณธรรม

ควรเริ่มตั้งแต่เด็กที่จะเป็นอนาคตในภายภาคหน้าให้แก่ประเทศเป็นเรื่องที่สำคัญ

View Details
  • นิยามอาชีพพนักงานอัยการ

    อำนวยความยุติธรรมในสังคม และรักษาผลประโยชน์ของรัฐ โดยในคดีอาญามีฐานะเป็นโจทก์แทนแผ่นดินมีอำนาจและหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและกฎหมายอื่นในด้านคดีแพ่ง มีอำนาจและหน้าที่ให้คำปรึกษาด้านกฎหมายแก่ส่วนราชการและหน่วยงานต่างๆ ของรัฐ ดำเนินคดี

    - พนักงานอัยการ

เรียนรู้กฎหมาย

อัพเดทข้อมูล

11 Aug

กฎหมายตราสามดวงคืออะไร

ต่อให้ไม่ได้เรียนด้านกฎหมายมาโดยตรง ก็ยังเชื่อว่าหลายคนต้องเคยได้ยินชื่อ “กฎหมายตราสามดวง” มาบ้างแล้วอย่างแน่นอน ถ้าไม่ใช่จากหนังสืออ่านนอกเวลาในสมัยเรียนก็ต้องเป็นข่าวสารที่นำเสนอผ่านสื่อต่างๆ ทั้งวิทยุ โทรทัศน์และนิตยสาร เพียงแค่อาจจะไม่รู้ว่ามันคืออะไร และมีรายละเอียดมากน้อยแค่ไหนเท่านั้น ถึงแม้ว่าในปัจจุบันเราจะได้ยกเลิกการใช้กฎหมายตราสามดวงไปแล้ว แต่นี่เป็นกฎหมายที่มีความสำคัญหลายด้านและบางส่วนก็เป็นแนวทางในการออกแบบกฎหมายที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันด้วย กฎหมายตราสามดวง เป็นประมวลกฎหมายที่เริ่มใช้ครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 1 นี่ไม่ใช่กฎหมายฉบับแรกของประเทศไทย แต่เป็นกฎหมายที่ได้รับการพัฒนาปรับปรุงด้วยการรื้อกฎหมายเก่าทิ้งเสีย ส่วนใดที่เป็นผลดีก็เก็บไว้พร้อมกับเพิ่มแนวทางตามแบบฉบับของนักกฎหมายมากขึ้น ส่วนใดที่ใช้ไม่ได้ก็ยกเลิกไปทั้งหมด เหตุที่เรียกกันว่ากฎหมายตราสามดวงก็เป็นเพราะว่า ตัวกฎหมายจะทำออกมา 3 ชุด และทุกชุดจะต้องประทับตรา 3 ดวงเหมือนกันหมด ซึ่งตราประทับที่ว่านี้ประกอบไปด้วย – ตราพระราชสีห์ เป็นตราสำหรับตำแหน่งสมุหนายก ตราประทับมีทรงกลม ภายในเป็นภาพราชสีห์งดงาม ห้อมล้อมด้วยลายไทยอันอ่อนช้อย – ตราพระคชสีห์ เป็นตราสำหรับตำแหน่งสมุหพระกลาโหม ตามประทับมีทรงกลมเช่นเดียวกัน ภายในเป็นภาพคชสีห์ หากมองเผินๆ ก็จะมีรูปร่างคล้ายกับภาพราชสีห์นั่นเอง แต่จะมีฐานรองด้านล่างด้วย …

11 Jul

กฎหมายจราจรคนที่ใช้ท้องถนนร่วมกันต้องรู้

เพียงแค่มีใบขับขี่และมีรถเป็นของตัวเองก็ยังไม่สามารถเรียกได้เต็มปากว่าเป็นคนที่ใช้รถใช้ถนนได้อย่างถูกต้องเหมาะสม มันยังต้องผ่านประสบการณ์ในการขับขี่จริงอีกระยะหนึ่ง ถึงจะรู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควรทำอย่างไร อย่างที่เราเห็นกันจนชินตาว่า บางคนก็เกิดการทะเลาะเบาะแว้งเพียงเพราะจังหวะในการออกตัวรถไม่สอดคล้องกัน บางคนก็วิ่งรถในพื้นที่ต้องห้ามจนส่งผลให้เกิดความเดือดร้อนต่อผู้อื่นตามมา ดังนั้น นอกจากองค์ความรู้ที่เราได้รับตอนที่ไปสอบใบขับขี่แล้ว ก็ยังมีกฎหมายอื่นๆ ที่เราควรรู้เพิ่มเติมอีก เพื่อลดปัญหาและอุบัติเหตุอันไม่คาดคิดให้น้อยลง ซึ่งรายละเอียดของกฎหมายจราจรมีดังต่อไปนี้ ใช้แตรรถในยามจำเป็นเท่านั้น นี่เป็นทั้งกฎและมารยาทในการขับขี่ เสียงแตรรถนั้นค่อนข้างดัง ถึงคนในรถจะได้ยินไม่เท่าไร แต่กับคนข้างนอกนั้นถือว่าเป็นการรบกวนอย่างมาก เราจึงไม่ควรบีบแตรเป็นเวลานาน บีบแตรถี่เกินไป หรือบีบเพื่อไล่รถคันอื่นๆ ให้หลีกทาง หน้าที่ของแตรรถที่แท้จริงคือมีไว้สำหรับเตือนบุคคลอื่นก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุ ขับรถให้ถูกเลนตามระดับความเร็ว บนถนนที่มีช่องจราจรหลายช่องและแบ่งแยกทิศทางการเดินรถชัดเจน เราก็อาจมีอิสระที่จะวิ่งเลนไหนก็ได้ เป็นประเภทถนนที่ช่วยให้เกิดความสะดวกและปลอดภัยในการขับขี่อย่างมาก น้อยที่สุดก็คือไม่ต้องระวังรถที่จะวิ่งสวนทางมา แต่จุดสำคัญอยู่ที่ว่าถ้าขับเร็วควรไปวิ่งเลนทางขวามือ ขณะที่ขับช้าให้ชิดซ้ายเสมอ จะได้ไม่รบกวนคนอื่นพร้อมกับลดการเกิดอุบัติเหตุด้วย ใช้ไฟสูงเฉพาะตอนจำเป็น เช่นเดียวกับการใช้แตรรถ ไฟสูงหากเปิดใช้งานพร่ำเพรื่อก็เป็นการรบกวนผู้อื่นแถมยังลดทัศนวิสัยในการมองเห็นของรถที่วิ่งสวนมาอีกด้วย เราจึงควรใช้ไฟสูงในทางที่มืดเปลี่ยวจนมองไม่เห็น แล้วทางที่เต็มไปด้วยหมอกหนา พร้อมกับลดความเร็วลง เมื่อมีรถสวนมาก็ต้องตบไฟสูงลงทันที ครั้นเมื่อสวนกันไปแล้วค่อยกลับมาใช้ไฟสูงใหม่อีกครั้ง เปิดไฟเลี้ยวล่วงหน้าเสมอ อย่างแรกเลยก็คือทุกครั้งที่จะเลี้ยวหรือเปลี่ยนช่องจราจร …

23 Jun

กฎหมายแรงงานต่างด้าว ที่เจ้านายควรรู้

ในปัจจุบันนี้มีแรงงานต่างด้าวเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียง เข้ามาทำงานในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก จากหลากหลายอาชีพ ก่อนนายจ้างทั้งหลายจะจ้างแรงงานจากต่างประเทศเข้ามาทำงาน จะต้องศึกษาข้อกฎหมายให้ดีเสียก่อน สำหรับวันนี้เราก็ได้รวบรวมข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับกฎหมายแรงงานต่างด้าวมาให้ได้อ่านกันแล้ว ข้อควรปฏิบัติของนายจ้างที่ต้องรู้ ห้ามรับบุคคลต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตเด็ดขาด – สำหรับผู้ไม่ทำตามมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นายจ้างที่รับคนต่างด้าวเข้ามาทำงานหากแต่ต่อมาต้องการให้ย้ายไปทำงานที่อื่น – หรือ ต้องการให้ออกจากงานจะต้องแจ้งให้รับทราบภายใน 15 วัน โดนเริ่มนับแต่วันที่รับเข้ามาทำงาน , ย้าย หรือ ออกจากงาน สำหรับผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท ระเบียบการณ์ของบุคคลต่างด้าว ซึ่งสามารถขอใบอนุญาตได้ มีถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทย หรือ ได้รับอนุญาตเข้ามาแบบชั่วคราว ต้องไม่อยู่ในประเภทของนักท่องเที่ยวหรือไม่ใช้ผู้เดินทางผ่าน มีความรู้ ความสามารถ มีทักษะ …