ภาระหน้าที่ของอัยการสูงสุดที่ควรรู้

ขอบเขตและอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานอัยการ มีหลายระดับชั้นด้วยกัน ทั้งนี้ เราไม่สามารถแยกออกได้จากอำนาจหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุดและจากของเจ้าพนักงานอัยการได้ เพราะนโยบายและข้อกำหนดทางกฎหมายที่มอบอำนาจให้สำนักงานอัยการสูงสุด ก็คือ Policy ที่เจ้าพนักงานทุกคนต้องรับไปปฎิบัติตามนั้น วันนี้เรามาลองดูจากในข้อกฎหมายว่า มีอำนาจหน้าที่อะไรบ้าง ถ้าอ้างอิงตามมาตรา ๒๓ สำนักงานอัยการสูงสุดจะมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการและงานวิชาการ เพื่อสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้พนักงานอัยการ แล้วยังมีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้ ให้ความช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินการทางกฎหมายรวมตลอดทั้งในการคุ้มครองป้องกันสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน ให้คำปรึกษาและตรวจร่างสัญญาหรือเอกสารทางกฎหมายให้แก่รัฐบาล และหน่วยงานของรัฐ ให้คำปรึกษาและตรวจร่างสัญญาหรือเอกสารทางกฎหมายให้แก่นิติบุคคล ซึ่งมิใช่หน่วยงานของรัฐแต่ได้มีพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งขึ้น ดำเนินงานเกี่ยวกับการบังคับคดีแพ่ง หรือคดีปกครองแทนรัฐบาล หรือหน่วยงานของรัฐ ซึ่งพนักงานอัยการได้รับดำเนินคดีให้ ดำเนินการตามที่คณะรัฐมนตรีร้องขอ เว้นแต่ว่า การดำเนินการนั้นจะขัดต่องานในหน้าที่ หรืออาจทำให้ขัดต่อความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการ ดำเนินการเกี่ยวกับการฝึกอบรมเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาข้าราชการในฝ่ายอัยการ...

ประวัติและความเป็นมาของอัยการ

บทบาทหน้าที่ของอัยการก็คือการเป็นเจ้าพนักงานที่ต้องฟ้องร้องดำเนินคดีกับจำเลย หรือช่วยว่าความให้กับฝ่ายโจทก์ หรือผู้ร้องทุกข์ ซึ่งอัยการจะเป็นเจ้าหน้าที่ของภาครัฐ ดังนั้นลักษณะของอัยการจึงมักต้องมีความเที่ยงตรง ยุติธรรม ชัดเจนในข้อกฎหมาย ในการที่จะเอาผิดต่อผู้ต้องหา อัยการจึงเป็นส่วนสำคัญในกลไกของระบบยุติธรรมสากล แล้วในประเทศไทย ประวัติที่มาของอัยการเป็นอย่างไรบ้าง หรือว่าเรารับระบบนี้มาจากตะวันตกหรือไม่ อันที่จริงแล้ว มีการพบคำว่า "อัยการ" จากในกฎมณเฑียรบาลตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยามาแล้ว ตั้งแต่ในรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถได้ทรงตราไว้ ในจุลศักราช 720 (ตรงกับพ.ศ.1901) มีความว่า "..จึงต้องพระราชอาญาอัยการ ทหาร พ่อเรือน ชายหญิง สมณพรหมณ์จารย์.." จะเห็นว่า คำว่าอัยการมีปรากฏมานานแล้ว แม้ว่าจะมีการเขียนแตกต่างกันไปบ้าง เช่น...
1 2 5