กว่าจะมาเป็นผู้พิพากษาต้องเริ่มจากอะไร

สำหรับใครที่รักความยุติธรรม และอยากช่วยเหลือผู้อื่น ผู้ตกทุกข์ได้ยาก อาชีพหนึ่งที่หลายคนมีคาแรคเตอร์แบบนี้ใฝ่ฝันเลย ก็คือ อาชีพผู้พิพากษา อาชีพถือว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติ ชื่อเสียง รายได้ และมีความสำคัญต่อสังคมอย่างมากทีเดียว แต่การจะเดินทางไปถึงจุดนั้นก็ไม่ง่ายเหมือนกัน สำหรับใครที่มีความฝัน มีเป้าหมายอยากจะไปให้ถึงตรงนั้นเส้นทางอาชีพนี้มีอะไรบ้างเราจะมาบอกเส้นทางตั้งแต่เรียนกันเลยทีเดียว

ระดับปริญญาตรี

ก่อนอื่นเลยเส้นทางผู้พิพากษา จะต้องเริ่มต้นจากการเรียนในระดับปริญญาตรีก่อน สาขาที่จะส่งผลต่อการเป็นผู้พิพากษาโดยตรงต้องเป็นการเรียนมาทางกฎหมายเฉพาะทางเท่านั้น ทำให้คนที่ต้องการจะเป็นผู้พิพากษาจะต้องเรียนกฎหมายอย่างเข้มข้นในระดับปริญญาตรี ในที่นี้หมายถึง คณะนิติศาสตร์ เท่านั้น จะเป็นมหาวิทยาลัยอะไรก็ได้ ทั้งฝั่งภาครัฐ และ ภาคเอกชน ต้องเรียนจบตรงนี้ก่อนเป็นด่านแรก

สอบใบอนุญาตว่าความ

หลังจากจบการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขานิติศาสตร์แล้วไม่ว่าจะเป็นมหาวิทาลัยไหนก็ตาม เราก็ต้องมาสอบเพื่อเอาใบอนุญาตว่าความ (เพื่อทำงานทางด้านว่าความในศาลได้) โดยการสอบใบอนุญาตดังกล่าวจะต้องมีการสอบทั้งทางภาคทฤษฏี และ ภาคปฏิบัติควบคู่กันด้วย ถ้าใครสอบยังไม่ผ่านหรือเลือกที่จะไม่สอบ(ซึ่งไม่ควรเลือก) เราสามารถไปเลือกทำงานทางด้านกฎหมายเป็นเวลา 2 ปีก็ใช้ได้เหมือนกันอย่างงานนิติกร ,พนักงานสอบสวน

สอบเนติบัณฑิตยสภา

มาถึงด่านสำคัญของเส้นทางสู่ผู้พิพากษาแล้วนั่นก็คือ การสอบเนติบัณฑิตยสภา ตรงนี้เราต้องสอบให้ได้เพื่อเข้าไปเรียนอีก 1 ปี การสอบจะแบ่งออกเป็น 4 วิชา คือ วิชาทางแพ่ง, อาญา, วิแพ่ง, วิอาญา พอเรียนจบเนติบัณฑิตยสภานั่นเท่ากับเราเดินทางบนเส้นทางนี้มาแล้วกว่าค่อนทาง อาจจะยากหน่อย แต่ให้สู้ๆนะ การเรียนในระดับเนติบัณฑิตยสภาไม่ง่ายเลย แต่เราจะได้ซึมซับทั้งความรู้ ประสบการณ์การทำงานด้านคดีความ และ เจอเพื่อนฝูงที่จะกลายเป็นคอนเนคชั่นด้านกฎหมายต่อไปในอนาคต

เตรียมตัวเข้าสู่การสอบ

ในขณะที่เรียน เนติบัณฑิตยสภา นอกจากนั้นเราต้องให้เวลาสำหรับการทำงานด้วย ต้องไปทำงานด้านการว่าความคดีมากมายทั้งทางแพ่ง ทางอาญา มีเกณฑ์กำหนดเอาไว้ด้วยว่าต้องว่าความคดีแพ่งไว้อย่างน้อย 20 คดี แต่คดีอาญาไม่ได้กำหนดโควตาเอาไว้ ตรงนี้จะสำคัญมากเพราะมันจะกลายเป็นประสบการณ์สั่งสมให้เราทำงานในตำแน่งพิพากษาได้อย่างไม่ขาดตอนดีทีเดียว นอกจากทำงานเราขอแนะนำว่าควรเตรียมตัวด้วยการอ่านฎีกาอ่านคดีความเยอะเข้าไปเพื่อเป็นฐานข้อมูลของตัวเองเวลาทำงานพิพากษาต่อไปในอนาคตได้ นอกจากเรื่องคดีความอีกหนึ่งอย่างที่ต้องมีก็คือเรื่องการวางตัว การใช้ชีวิต เรื่องนี้สำคัญเลยอย่างลืมว่าผู้พิพากษาจะต้องวางตัวเป็นกลางและเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตที่ดี ประวัติชีวิตต้องไม่เคยจำคุกคดีอาญาเลย (ไม่งั้นไม่ผ่านคุณสมบัติ ส่วนคดีลหุโทษอาจจะมีได้บ้าง)

การเข้าสู่สนามสอบ

เส้นทางการเป็นผู้พิพากษาก็เดินทางมาถึงด่านสุดท้ายที่สำคัญ และยากมากที่สุดนั่นก็คือ การกระโจนเข้าสู่สนามสอบเป็นผู้พิพากษาแล้ว ก่อนอื่นเราต้องเช็คคุณสมบัติตัวเอง (อายุ 25 ปีขึ้นไป) สนามสอบการเป็นผู้พิพากษามีอยู่สามสนาม เรียกว่าสนามใหญ่ , สนามเล็ก, สนามจิ๋ว โดยแต่ละสนามจะมีคุณสมบัติเพิ่มขึ้นมาแตกต่างกันไป ความยากก็คือคนสอบเป็นพันคนในแต่ละสนามหรืออาจจะถึงหลายพันเลยก็ได้ในแต่ละปี คนที่ผ่านได้มีเพียงแค่ 20 กว่าคนเท่านั้นเอง ดังนั้นหากเราต้องการจะฝ่าคนเหล่านั้นมาให้ได้เราต้องมีความตั้งใจ ความพยายามมากแค่ไหน ขอเป็นกำลังใจให้กับผู้เข้าสอบทุกท่าน